อ้างอิง: Animage #11/2010

----------------

เรื่องราวลงเอยโดยยังคงสั่นคลอนจิตใจของผู้คน
ชิเอลกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่คน
เซบาสเตียนเป็นพ่อบ้านของเขา และแล้ว
การเต้นวอลซ์สีนิลก็ดำเนินต่อไป ไร้กาลสิ้นสุด





(กรี๊ดรูปที่ลงในนิตยสารทั้งสามเล่มเหนื่อยจนหมดแรงกรี๊ดแล้วค่ะ เอาเป็นว่าเลิฟยู้วววว~ โดยเฉพาะ Animage ที่ช่างกล้าถึงขนาดนี้เลย~ เอิ๊กๆๆ)


แนะนำตัวละคร

เซบาสเตียน มิคาเอลิส

พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์และเปี่ยมด้วยสุนทรียศาสตร์

ปีศาจผู้ผูกพันธสัญญาว่าจะปกป้องชีวิตและช่วยเหลือชิเอลเพื่อให้ได้มาซึ่งวิญญาณของชิเอล ทว่าบัดนี้วิญญาณที่เขาไขว่คว้ากลับตกอยู่ในสภาพของสิ่งที่ไม่อาจเอื้อมถึงได้อีกเป็นครั้งที่สอง


ชิเอล แฟนทอมไฮฟ์
ท่านเอิร์ลวัยเยาว์หยิ่งทรนงผู้ได้รับการปลดปล่อย

ผู้นำคนปัจจุบันแห่งตระกูลแฟนทอมไฮฟ์ซึ่งยังอยู่ในวัยเยาว์ มีทั้งความฉลาดหลักแหลมและความสุขุมเยือกเย็น เขาถูกทำให้ปั่นป่วนด้วยชะตาอาภัพและความกระหายของเหล่าปีศาจหากก็ได้รับการปลดปล่อยในท้ายที่สุด


::::::::::::::::::::::::::


Endless Walz: การเต้นวอลซ์ที่ดำเนินไปชั่วกัปป์กาล

คุณหนู คุณชาย คุณนาย คุณท่าน ได้รับชม “Kuroshitsuji II” ตอนจบกันหรือยังขอรับ? เรามาร่วมบรรเลงเต้นเพลงวอลซ์อันงดงามหากก็แสนเศร้าของเหล่าปีศาจซึ่งต่อเนื่องมาจาก “Kuroshitsuji” ภาคก่อน แล้วลองเล่าเรื่องราวกันอีกสักครั้งดูไหมขอรับ

ในตอนเริ่มต้นนายบ่าวคู่ใหม่ได้ปรากฎตัวออกมา------อลอยส์คิดว่าเซบาสเตียนเป็นศัตรูของน้องชายและต้องทำให้เขาลิ้มรสความทุกข์ทรมาณแสนสาหัสยิ่งกว่าความตาย จึงได้ให้คลอว์ดไปช่วงชิงวิญญาณของชิเอลมา วิญญาณที่เซบาสเตียนชิงกลับคืนมาได้นั้นกลับสูญเสียความทรงจำว่าได้ชำระแค้นจนเสร็จสิ้นไปเสียแล้ว เช่นนี้แล้วก็ไม่อาจลิ้มรสมันในสภาพสุดยอดได้ เซบาสเตียนตั้งใจจะให้ชิเอลมุ่งสู่การชำระแค้นอีกครั้งหนึ่งโดยตั้งอลอยส์เป็นเป้าหมาย

ไม่ว่าเมื่อไรปีศาจก็ยังคงเป็นปีศาจ คลอว์ดซื่อตรงกับสัญชาตญาณของตนเองมากกว่าพันธสัญญา เขาถูกเสน่ห์เย้ายวนของวิญญาณชิเอลดึงดูดและสังหารอลอยส์ไปเสีย เขาเขียนทับความทรงจำของชิเอลด้วยความทรงจำของอลอยส์ ฉีกกระชากความไว้วางใจของชิเอลออกจากเซบาสเตียน และตั้งใจทำให้เป็นของตัวเองทั้งกายและใจ (<--พรวดดด จะเขียนเอาใจกันไปไหนคะ? ขอบคุณ xxx ซังสำหรับประโยคนี้ค่ะ ฮา~)

ผู้ที่บดขยี้เป้าหมายของคลอว์ดให้เป็นผุยผงก็คือฮันนา (ฮันนาคือตัวแทนสาวกเซบะชิเอะที่แฝงตัวเข้าไปในเรื่องค่ะ ไม่รู้เหรอ?) หล่อนก็เป็นปีศาจเช่นกันจริงๆนั่นล่ะ ในอดีตเคยผูกพันธสัญญากับลูคา น้องชายของอลอยส์ และกินวิญญาณดวงนั้นไป ศัตรูของอลอยส์ไม่ใช่เซบาสเตียน (เออน่ะสิ แต่รับกรรมเต็มๆ และไม่ได้รับการชดใช้ใดๆทั้งสิ้น ・゜゜・(/□\*)) แต่ฮันนากล่าวว่าทั้งหมดนั้นทำไปเพราะความรัก------รักลูคา และคิดคำนึงถึงอลอยส์------หมายความว่าแม้จะเป็นปีศาจก็รักมนุษย์นั่นเองขอรับ! (ประโยคนี้กรุณานำไปปรับใช้กับอีกคู่้ด้วย พลีสสส)

ด้วยการนำทางของฮันนา เจตจำนงของอลอยส์จึงตื่นขึ้นและแย่งสิทธิ์ในการควบคุมร่างของชิเอลไปขอรับ ความปรารถนาของอลอยส์ซึ่งส่งไปถึงฮันนาก็คือ ความตายของเซบาสเตียนหรือคลอว์ด ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่พ่ายแพ้ในการประลอง และการเปลี่ยนชิเอลให้กลายเป็นปีศาจ

สิ่งที่เซบาสเตียนได้รับมาพร้อมกับชัยชนะก็คือคำสาปชั่วนิรันด์ สิ่งที่ชิเอลได้มาไว้ในมือก็คือชีวิตในฐานะปีศาจ ทั้งสองละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและออกเดินทางไปสู่อีกฟากฝั่งของกาลเวลา------



::::::::::::::::::::::::::





การออกเดินทางสู่นิรันดร


ขวาล่าง: ชิเอลซึ่งนึกออกแล้วว่าตนได้ชำระแค้นเสร็จสิ้นแล้ว ณ เขาวงกตกุหลาบแห่งทรานซี ได้สั่งการให้เซบาสเตียนกินวิญญาณของตนทันที ณ เวลานั้น “จนกว่าจะถึงชั่วเวลานั้นในท้ายที่สุด นายก็ยังคงเป็นพ่อบ้านของฉัน” ------สัญญาเป็นสัญญา บริสุทธิ์ผ่องแผ้วไร้ปัญหาใดๆนอกจากสิ่งนั้น

ขวาบน: ชิเอลฟื้นคืนชีพขึ้นมาเป็นปีศาจตามความปรารถนาของอลอยส์ ทว่าคำสั่งการว่า “จนกว่าจะถึงชั่วขณะในท้ายที่สุดที่กินวิญญาณ นายก็ยังคงเป็นพ่อบ้าน”  ก็ยังคงมีผลอยู่ ปีศาจไม่กินวิญญาณของปีศาจ ต่อให้ปรารถนาเพียงใด เวลานั้นก็ไม่มีทางมาถึง

ซ้ายล่าง: ชิเอลซึ่งกลายเป็นปีศาจปล่อยทั้งคฤหาสน์ คนรับใช้ คู่หมั้น เพื่อนฝูง และการดำเนินชีวิตในฐานะมนุษย์ทิ้งเอาไว้แล้วออกเดินทางโดยพาเซบาสเตียนไปด้วยเพียงคนเดียว ฆ่าเสียอาจจะดีกว่าก็เป็นได้ แต่กลับไม่ทำเช่นนั้น (ต้องการบอกอะไรค้าาา? ลับลมคมนัยเหลือเกิน อย่ายั่วให้สาววายอยากแล้วจากไปสิ สรุปว่าเชิญไปจิ้นกันต่อเอาเองสินะ?) ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อบ้านและผู้เป็นนายยังคงดำเนินต่อไป ตราบชั่วนิรันด์ 


::::::::::::::::::::::::::





เพลงสวดส่งวิญญาณเหล่าเด็กหนุ่ม


อลอยส์ เอิร์ลวัยเยาว์อีกผู้หนึ่งซึ่งผูกพันธสัญญากับปีศาจดำอีกตนหนึ่ง
เรามาตามรอยวิญญาณของอลอยส์ผู้มีนิสัยตรงข้ามกับชิเอลโดยสิ้นเชิงและได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ต่างออกไปกันเถอะ




อดีต
อลอยส์ (จิม) และลูคา น้องชาย ซึ่งสูญเสียบิดามารดาไปนั้น ไม่มีผู้ใดเป็นที่พึ่งและถูกคนในหมู่บ้านเกลียดชัง จึงใช้ชีวิตอยู่ด้วยการลักขโมย ลูคาซึ่งรับเอาความเกลียดชังต่อคนรอบข้างที่พี่ชายพูดออกจากปากโดยไม่ได้คิดอะไรมาอย่างซื่อตรงนั้นได้ผูกพันธสัญญากับปีศาจฮันนา------ทำลายหมู่บ้านให้พังพินาศโดยละเว้นหญิงสาวผู้มีน้ำใจเอาไว้เพียงคนเดียว จากนั้นตัวเองก็จากโลกไปเช่นกันด้วยการถูกกินวิญญาณ

เป้าหมาย
อลอยส์ถูกเอิร์ลทรานซีรุ่นก่อนลักพาตัวและกักขังเอาไว้ หลังจากเรียกคลอว์ดออกมาด้วย “บทสวดเรียกภูตพราย” ก็ยั่วยวนท่านเอิร์ลด้วยตัวเอง เปลี่ยนสถานะกลายเป็นบุตรที่แท้จริงแล้วเข้าครอบครองตระกูล เขาได้ฟังจากคลอว์ดว่าศัตรูของลูคาคือเซบาสเตียน จึงตัีดสินใจช่วงชิงชิเอลมาเพื่อมอบความทุกข์ทรมาณแสนสาหัสยิ่งกว่าความตายให้

การพึ่งพิง
อลอยส์ผ่านวันวานในฐานะเอิร์ลโดยไม่ออกจากคฤหาสน์ เมื่อไรไม่รู้ที่เขาระบายความหงุดหงิดลงกับฮันนาและสั่งสมความคิดคำนึงที่ไม่ธรรมดาต่อคลอว์ดผู้เอาแต่ทำตามคำสั่ง ไ่ม่ใช่ด้วยตัณหาหรือว่าการดูหมิ่นดูแคลน แค่ต้องการให้เพรียกหาตนเท่านั้น เขาจมปลักอยู่กับความรู้สึกเช่นนั้น

การพังทลาย
ยิ่งข้องเกี่ยวกับพวกเซบาสเตียนมากเท่าใด ก็ยิ่งเห็นได้ว่าความสนใจของคลอว์ดย้ายไปอยู่กับชิเอล ความคิดคะนึงที่มีต่อคลอว์ดทวีขึ้นเหนือกว่าความปรารถนาเมื่อตอนผูกพันธสัญญาเสียแล้ว คลอว์ดลงมือสังหารอลอยส์ซึ่งบอกความคิดคำนึงออกจากปากอย่างง่ายดาย ดวงวิญญาณถูกหลงเหลือไว้โดยใใส่ไว้ในแหวนสีแดง

การฟื้นคืน
วิญญาณของอลอยส์เข้าครอบงำร่างของชิเอลผ่านลูกตาที่ซ่อนลึกอยู่ในปากของฮันนาและความทรงจำที่ถูกใส่ไว้ในแหวน เขาตั้งใจจะซักไซ้เจตนาที่แท้จริงของคลอว์ด ณ เขาวงกตกุหลาบ และคำตอบก็คือ “การปฏิเสธ” อลอยส์จึงฝากทุกสิ่งเอาไว้กับฮันนาซึ่งเล่าเรื่องราวที่แท้จริงเกี่ยวกับพันธสัญญากับลูคาและบอกว่ารักเขา

--------------------

แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมคล้ายคลึงกันและได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมาณประเภทเดียวกันมาก็ตาม ก็ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องกลายเป็นมนุษย์แบบเดียวกัน สภาพการณ์ของชิเอลและอลอยส์คล้ายคลึงกันอย่างยิ่ง ใช่ ขนาดที่ว่าคลอว์ดสามารถใช้ประโยชน์จากจุดร่วมมากมายนั้นเขียนทับความทรงจำได้

ทว่า ชิเอลนั้นไขว่คว้าจุดมุ่งหมายของตน แม้จะเกิดความหวั่นไหวขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ก็ยังคงครอบครองความบริสุทธิ์ระดับที่ “ปีศาจถูกทำให้หลงเสน่ห์” เรื่อยมา ในทางตรงข้าม อลอยส์ “ถูกปีศาจทำให้หลงเสน่ห์” และแสวงหาการได้รับความรักเสียแล้ว เมื่อมีจิตใจแบบตรงข้าม เขาจึงประสบชะตากรรมที่ต่างออกไปนั่นเอง

กายเนื้อของอลอยส์ต้องพบกับจุดจบอันน่าเศร้า แต่ดวงวิญญาณนั้นคงดับสูญไปโดยมีรักโอบอุ้มเอาไว้สินะ แล้วกายเนื้อของชิเอลล่ะ……วิญญาณล่ะ? เบื้องหน้าของแหลมแห่งกุหลาบนั้นมีอะไรอยู่กันนะ? มีเซบาสเตียนอยู่เคียงข้าง สิ่งที่ชัดเจนมีเพียงเรื่องนั้นเท่านั้น


::::::::::::::::::::::::::


Cast Introduction

อลอยส์ ทรานซี – มิซึกิ นานะ
แสดงอย่างเต็มที่ถึงจิตใจที่ตรงกันข้ามกับคำพูด


------ช่วยเล่าความรู้สึกตอนอัดเสียงตอนสุดท้ายเสร็จหน่อยสิคะ

มิซึกิ: เรื่องราวที่คาดไม่ถึงสุดๆดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง แล้วก็จบทั้งหมด 12 ตอนอย่างรวดเร็วจริงๆ ฉันคิดว่าเป็นผลงานที่เืนื้อหาเข้มข้นมากๆเลยค่ะ

------เวลาพากย์เป็นอลอยส์ จุดต้องระวังคืออะไรคะ?

มิซึกิ: “ความซื่อตรง” ค่ะ คอยตอกคำพูดกลับไปจังๆด้วยปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติเสมอ ในการแสดงถึง “การแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง” ของอลอยส์ ฉันคิดว่าเคลื่อนไหวด้วยปฏิกิริยาตอบโต้น่าจะดีกว่าใช้หัวคิด เบื้องหลังคำพูดรุนแรงเหมือนเด็กๆจริงๆแล้วมีความรู้สึกที่ไม่ใช่อย่างนั้นซ่อนอยู่……พอตั้งใจอยากจะพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ความรู้สึกนั้นมันก็ทำ่ท่าจะเอ่อล้นออกมา ก็เลยปฏิเสธมันก่อนที่คนอื่นจะได้ทันตระหนักถึง

------ตั้งการ์ดป้องกันเอาไว้เพื่อไม่ให้โดนคนอื่นเหยียบย่ำสินะคะ

มิซึกิ: ค่ะ แต่ว่าตอนสุดท้ายที่บอกว่า “นายเล่นได้รับความรักจากทั้งเซบาสเตียนและคลอว์ด มีชีวิตสมบูรณ์พูนสุขเกินไปแล้ว” นี่พูดออกมาจากใจจริง……ฉันรู้สึกว่าพอเขาได้สัมผัสถึงความรักของฮันนากับลูคา ก็เลยสามารถประจันหน้ากับหลายๆสิ่งได้ด้วยดีในที่สุดค่ะ

------ตอนที่ต้องใส่พลังเป็นพิเศษล่ะคะ?

มิซึกิ: ก็ต้องตอน 8 ที่อลอยส์จบชีวิตลงล่ะค่ะ เพราะในตอนนี้เราได้เห็นภูมิหลังของเขาหลายเรื่อง ฉันใส่พลังใจและเผชิญหน้ากับมันสุดๆตั้งแต่วันก่อนคิวพากย์เลยค่ะ

------บทพูดที่หลงเหลือความประทับใจล่ะคะ?

มิซึกิ: ทั้งที่รู้ว่าความรู้สึกของคลอว์ดกำลังออกห่างจากตนไป แต่ก็ยังหาญถามว่า “กลิ่นเลือดของฉันเป็นไงมั่ง?” แล้วพอคลอว์ดยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน ก็พูดว่า “น่าสะอิดสะเอียน!” จริงๆแล้วไม่ได้คิดอย่างนั้นอยู่ เป็นใบหน้าที่อยากเห็นมาตลอดแท้ๆ แต่ก็รู้ว่ารอยยิ้มนั้นไม่ได้มุ่งมาที่ตัวเอง……ความคิดคำนึงมากมายหมุนเคว้งอยู่ เป็นฉากที่น่าเศร้าจริงๆค่ะ

------ความรู้สึกต่อคลอว์ดที่ตรงข้ามกับคำพูดส่งมาถึงอยู่ค่ะ

มิซึกิ: อยากจะร้องบอกคลอว์ดว่า ช่วยรู้สึกตัวซักนิดเถอะ! เป็นผู้ใหญ่ไม่ใ่ช่เหรอ!? ขึ้นมาเลยล่ะค่ะ (หัวเราะ) แต่ในเมืื่อเป็นปีศาจ มันก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ……แล้วฉันก็คิดว่า ในความรู้สึกของอลอยส์นี่ ก็ชอบและเห็นว่าคลอว์ดซึ่งคงลักษณะสมเป็นปีศาจได้อย่างนั้นเท่ด้วยค่ะ พอเป็นแบบนั้น จะพูดว่าช่วยทำดีกับฉันหน่อยก็ไม่ได้สินะคะ……

------ตอนคลอว์ดลงมือ อลอยส์คิดอะไรอยู่กันนะคะ กำลังรู้สึกว่าความรู้สึกของตัวเองส่งไปถึงแล้วรึเปล่า?

มิซึกิ: ฉันว่าอาจจะรู้สึกแบบนั้นอยู่ก็ได้ค่ะ เพราะรอยยิ้มโล่งอกผุดขึ้นมาวูบหนึ่ง แล้วในเสี้ยววินาทีต่อมา ฉันว่าเขาก็จบชีวิตลงโดยไม่ทันมีเวลาให้ตกใจเลยล่ะค่ะ……

------คนที่เป็นฝ่ายรับชมอยู่ ยังทั้งช็อคทั้งสะเทือนใจเลยค่ะ

มิซึกิ: ค่ะ (ร้องไห้) น่าสงสารจริงๆ น่าเศร้าเหลือเกิน……ดูคนเดียวกลางดึกตอนกำลังฉายก็รู้สึกหดหู่ค่ะ (หัวเราะ) รู้สึกตื้นตันด้วยที่เป็นตอนเดียวซึ่งมีเพลงของวง Kalafina และตอนจบกลายเป็นอลอยส์! เป็น 30 นาทีซึ่งมีจุดน่าจับตามองไปหมด เลยคิดว่าอยากให้รับชมโดยละเอียดทาง DVD ให้ได้ด้วยค่ะ

------ในห้องอัดเสียง มีเรื่องอะไรที่ฮิตทำกันมั้ยคะ?

มิซึกิ: เรื่องราวดำเนินไปอย่างคาดไม่ถึงโดยต่อเนื่อง และตัวละครที่มีเอกลักษณ์ก็ออกมาทำอะไรให้คาใจกันอยู่เรื่อยๆ ช่วงเว้นว่างจากการอัดเสียง ทุกคนก็เลยถกเถียงกันคึกคักค่ะ “ตรงนั้นมันหมายความว่ายังไงกันนะ?” “คลอว์ดเป็นอะไรไป?” “ที่เต้นแท็ป(ในตอนที่ 1)มันเกิดอะไรขึ้น” แบบนี้ (หัวเราะ)

------อยู่ๆโดนเต้นใส่ ก็น่าตกใจอยู่ล่ะนะคะ (หัวเราะ)

มิซึกิ: พอคุยกันว่าท่าโพสของคลอว์ดอย่างกับไมเxิล แจ็คสันเลย ตอนพากย์จริง ซากุไร (ทากาฮิโระ) ซังก็เลยร้องสดว่า “ป๊าว~!” ล่ะค่ะ! กลั้นหัวเราะแทบแย่แน่ะ น่าเสียดายที่โดนเก็บขึ้นหิ้งไป แต่พอเวลาผ่านไปจนเมื่อวันก่อนมีการอัดเสียงสำหรับ OVA……เป็นตอนพิเศษที่มอบให้แฟนๆโดยมีแนวคิดว่าจริงๆแล้ว “Kuroshitsuji II” เป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง (ว้ายยยย น่าดูจังเลยยยย คงมีเบื้องหลังเหมือนตัวละครที่ติ๊ต่างว่าเป็นนักแสดงทำอะไรหลุดๆมาให้ดูสินะ เคี้ยกๆๆ) และในตอนนั้นก็...... (หัวเราะ)

------“MAKING OF KUROSHITSUJI II” ที่มีแผนจะรวมอยู่ใน DVD แผ่น 5 สินะคะ

มิซึกิ: ค่ะ! ด้วยความที่ตรงนั้นมีฉากเต้นแท็ปของคลอว์ดจริงๆนั่นล่ะ พอทุกคนกระซิบกระซาบกันว่า “คราวนี้แหละทำแน่สิ?” “ทำไปเลยสิ!” ซากุไรซังก็พากย์อะไรที่วิเศษออกมาสดๆ (หัวเราะ) ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นยังไงนั้น อยากจะให้ยืนยันกันจาก OVA ค่ะ (หัวเราะ)

------รอชมอยู่นะคะ (หัวเราะ) เอาล่ะ ขอออกนอกเรื่องหน่อยนะคะ ถ้าจะให้ตัวละครใน “Kuroshitsuji II” มารับใช้ อยากให้เป็นใครคะ?

มิซึกิ: อื~ม ลังเลสุดๆเลยค่ะ! ......ฉันน่ะไม่ชอบการเก็บกวาดห้องจริงจริ๊ง~ เลยคิดว่าถ้าทงจินคังมาช่วยเก็บกวาดแซ่กๆๆให้เรียบร้อยก็ดีสินะ (หัวเราะ) นอกนั้นก็แน่นอนว่าถ้ามีพ่อบ้านมาทำกับข้าวหรือขนมอร่อยๆให้กินก็วิเศษไปเลย

------ระหว่างคลอว์ดกับเซบาสเตียนจะเลือกใครคะ?

มิซึกิ: เอ๊ะ!? จะคนไหนก็เข้มไปหมดล่ะนะคะ (หัวเราะ) คงต้องเป็นคลอว์ดที่เปล่งประกายเอกลักษณ์ของตัวเองล่ะค่ะ! นานๆทีก็เต้นแท็ปให้ดู พูดอะไรตลกฝืดให้ฟัง ท่าทางจะช่วยสร้างความเพลิดเพลินได้ไปถึงเรื่องเล็กๆน้อยๆเลยนะคะ (หัวเราะ)

------แล้วคนที่อยากให้เป็นแฟนล่ะคะ?

มิซึกิ: แฟน! เอ~ ......ก็ต้องเป็นนายน้อยชิเอลนั่นล่ะนะคะ! ในอนาคตถ้าแต่งงานไป ท่าทางจะกลายเป็นสามีที่พึ่งพาได้สุดๆไปเลย (หญิงก็หมายชายก็ปองจริงๆค่ะ มายเดียร์ดาร์ลิ่ง กรั่กๆๆๆๆ)

------สุดท้ายนี้ฝากคำพูดถึงคลอว์ดหน่อยสิคะ! ......พูดใส่ไปเลยค่ะ!

มิซึกิ: โธ่ จริงๆเลยนะคลอว์ด! ฉันชอบคุณที่เป็นอิสระเสรีเสียเหลือเกินและวิถีชีวิตที่ขีดเส้นทางของตัวเองนะคะ......แต่ฉันก็คิดว่าอยากให้คุณเอ็นดูอลอยส์มากกว่านี้อีกซักนิด!

------ขอคำพูดฝากถึงอลอยส์ด้วยค่ะ

มิซึกิ: รู้สึกเป็นทุกข์มามากมายจนถึงตอนนี้ แต่จากนี้ไปขอให้ชีวิตอย่างมีความสุขชั่วนิรันด์กับลูคา คลอว์ด และฮันนานะจ๊ะ อาจจะไม่ใช่สวรรค์ก็จริง แต่ก็ขอให้เป็นที่ที่รู้สึกเป็นสุขได้ ขอร้องล่ะค่ะ…พระเจ้า ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่นรกนะคะ (หัวเราะ)


::::::::::::::::::::::::::


แนะนำตัวละคร

คลอว์ด ฟอสตัส

เบื่อหน่ายกับชีวิตของปีศาจอันเนิ่นนานและคอยแสวงหาแรงกระตุ้นต่ออารมณ์ความรู้สึกที่ตนไม่อาจเข้าใจได้อย่างจิตใจที่ขัดแย้งของอลอยส์ ความรักของฮันนา และการยึดติดกับชิเอลของเซบาสเตียน

อลอยส์ ทรานซี
ชื่อจริงคือจิม แม็คเคน อดีตเป็นเด็กหนุ่มที่แสนธรรมดาสามัญดาษดื่น แต่หลังผ่านประสบการณ์เลวร้าย จึงได้ตำแหน่งผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลเอิร์ลมา หลงรักปีศาจและตายด้วยน้ำมือปีศาจที่ตนรัก

::::::::::::::::::::::::::




มุมรวมฉากคั่นตอน


ตอนที่

ส่วนที่

ชื่อตัวละคร

ไพ่ทาโรต์

ความหมาย

1

Kuroshitsuji

A

อลอยส์

การพิพากษา (ปกติ)

การหวนคืน, การเกิดใหม่

B

คลอว์ด

การพิพากษา (กลับหัว)

ไม่สามารถฟื้นตัว

2

Soroshitsuji

A

ชิเอล

พระอาทิตย์ (ปกติ)

อนาคตเปล่งประกาย

B

เซบาสเตียน

พระอาทิตย์ (กลับหัว)

การเลื่อนออกไป, ความผิดพลาด

3

Meroshitsuji

A

ชิเอล

คนถูกแขวนคอ (ปกติ)

ความอดทน, การเสียสละตนเอง

B

เซบาสเตียน

คนถูกแขวนคอ (กลับหัว)

การเสียสละสูญเปล่า

4

Teroshitsuji

A

ชิเอล

กงล้อโชคชะตา (ปกติ)

โอกาส

B

เซบาสเตียน

กงล้อโชคชะตา (กลับหัว)

การคำนวณผิดพลาด, โชคร้าย

5

Noroshitsuji

A

ชิเอล

ความแข็งแกร่ง (ปกติ)

ความแข็งแกร่ง, ความกล้าหาญ

B

อลอยส์

ความแข็งแกร่ง (กลับหัว)

ความอ่อนแอ, การหลงตัวเอง

6

Yoroshitsuji

A

เซบาสเตียน

พระสังฆราช (ปกติ)

คำสอน, ความใจกว้าง

B

คลอว์ด

พระสังฆราช (กลับหัว)

ความใจแคบ, ความเกียจคร้าน

7

Koroshitsuji

A

ชิเอล

รถศึก (ปกติ)

การก้าวไปข้างหน้า, ชัยชนะ

B

อลอยส์

รถศึก (กลับหัว)

การทำตามใจ, ความท้อแท้

8

Toroshitsuji

A

อลอยส์

ยมทูตแห่งความตาย (ปกติ)

การหยุดชะงัก, การสูญเสีย

B

คลอว์ด

ยมทูตแห่งความตาย

(กลับหัว)

การเกิดใหม่, การยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง

9

Uroshitsuji

A

เซบาสเตียน

พระจันทร์ (ปกติ)

ความวิตกกังวล, การลังเล

B

ชิเอล

พระจันทร์ (กลับหัว)

การเลิกลังเล

10

Zeroshitsuji

A

คลอว์ด

มนุษย์เจ้าสำราญ (ปกติ)

การผจญภัย, ความไม่รู้

B

ชิเอล

มนุษย์เจ้าสำราญ (กลับหัว)

ความสะเพร่า, ความคิดโง่เขลา

11

Kiroshitsuji

A

คลอว์ด

หอคอยถล่ม (ปกติ)

การเสื่อมสลาย, การพังทลาย

B

เซบาสเตียน

หอคอยถล่ม (กลับหัว)

การล่มสลายที่จำเป็น

12

Kuroshitsuji

A

เซบาสเตียน

ปีศาจ (ปกติ)

พันธนาการ, การเย้ายวน

B

ชิเอล

ปีศาจ (กลับหัว)

การหลุดพ้นจากพันธนาการ


(มาอ่านทวนความหมายอีกทีแล้วรู้สึกว่าสตาฟฟ์ช่างคิดดีจังเลยค่ะ ชอบจัง)


::::::::::::::::::::::::::


CIEL IN WONDERLAND
~ชิิเอล เขาวงกตแห่งจิตใจ!?~


ท่านสุำภาพสตรีและสุภาพบุรุษ! ผม วิสเคานท์ดรูอิตต์ อเลสต์ แชมเบอร์ หรือก็คือเต่าทะเลล่ะนะ นกโรบินที่จะมาเต้นรำกับฉันไม่อยู่หรือไงนะ? ไว้พบกันใน DVD Kuroshitsuji แผ่น 2 ก็แล้วกัน!

ชิเอลไล่ตามกระต่ายขาวเซบาสเตียนซึ่งมีหางปุกปุยและหูยาวน่ารักอย่างร้ายกาจ พอกระโจนลงไปในหลุม ที่นั่นก็คือดินแดนมหัศจรรย์! ลิซซี่กระโจนเข้ามา โดนรุกไล่ให้เต้นรำ คนรับใช้ไร้ประโยชน์ แล้วก็ถูกคู่หูอินเดียจู่โจมด้วยแกงกะหรี่!?

เรื่องราวออริจินัลโดยสมบูรณ์ที่มอบให้กับผู้ชมโดยอิงจาก “อลิซในดินแดนมหัศจรรย์” ของลูอิส แครอลล์ ในรูปแบบของ Kuroshitsuji ดีไซน์เครื่องแต่งกายแสนน่ารักและสุดเท่ได้มาจากการเสนอของอาจารย์โทโบโสะ ยานะ เจ้าของผลงานเดิม

ดินแดนมหัศจรรย์อยู่หนใด? อยู่ในใจของใครบางคน ในใจของทุกคน……ก็ว่ากันไปนะ





ขวาบน: สถานที่ซึ่งชิเอล(อลิซ)ไล่ตามกระต่ายขาวเซบาสเตียนจนหลงทางก็คือดินแดนมหัศจรรย์! ช่างน่ารักระเบิดระเบอ

ขวาล่าง: กระต่ายขาวเซบาสเตียนไม่สนใจอลิซ คอยดูนาฬิกาและเร่งรีบ หูและหางกระต่ายน่ารักเหลือ

กลาง: พอกินขนมปังแกงกะหรี่ซึ่งได้รับจากดัชเชสและพ่อครัวเข้าไป ร่างกายก็ขยายใหญ่ยักษ์ จะกลับสู่สภาพเดิมอย่างปลอดภัยได้หรือไม่!?

ซ้าย: อลิซขมขื่นเมื่อเต้นรำกับวิสเคานท์เต่าทะเล เสื้อผ้าก็เป็นชุดกระโปรงของนกโรบิน สีหน้าบอกความรังเกียจ (หัวเราะ)


::::::::::::::::::::::::::


บทเพลงอิสระของปีศาจ 
Devil’s Talk






เรื่องราวอันเต็มไปด้วยปริศนา



---“Kuroshitsuji II” เป็นผลงานที่อัดแน่นไปด้วยปริศนาและความลับ มีจุดไหนในเรื่องที่ทำให้ตกใจเป็นพิเศษบ้างมั้ยคะ?

โอโนะ: อย่างแรกก็คือพวกตัวละครที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตายแน่ๆในภาค 1 ปรากฎตัวมาในตอนที่ 2 โดยปราศจากคำอธิบายใดๆนะครับ ทุกคนตกใจกันใหญ่ โดยเฉพาะเหลา! ……ยุสะ (โคจิ) ซังพูดอยู่บ่อยๆครับ “ฉันเป็นอะไรกันแน่” (หัวเราะ)

ซากุไร: ข้อสงสัยว่า “ทำไมถึงรอดตายมาได้” ก็ไม่ได้รับการเปิดเผยด้วยเนอะ?

โอโนะ: ไม่เปิดเผยเนอะครับ (หัวเราะ) จุดที่ไม่ใส่ใจอะไรก็สมเป็นเหลาดี แล้วก็สมเป็น “Kuroshitsuji” หรอกนะครับ ผมว่าให้เป็นปริศนาต่อไปก็ดีแล้ว ก็ปริศนามันเป็นเสน่ห์ของ “Kuroshitsuji” นี่นา เพราะมีจุดที่ฝากให้ผู้ชมไปคิด ก็เลยอุดช่องว่างกันได้อย่างอิสระครับ


---นอกจากที่กล่าวมา มีจุดอื่นที่ทำให้ตกใจอีกมั้ยคะ?

โอโนะ: ตอน 8 นี่้เรื่องดำเนินไปกะทันหันสุดๆเลยนะครับ คลอว์ด……

ซากุไร: เป็นตอนที่เขาฆ่าอลอยส์สินะ เป็นเนื้อเรื่องชวนช็อคว่าพ่อบ้านลงมือสังหารผู้เป็นนาย แต่กลับทำออกมาด้วยอารมณ์สบายๆ ไม่มีการเน้นย้ำเป็นพิเศษแต่อย่างใด สำหรับผมแล้วถือว่าสถานะของคลอว์ดยิ่งชัดเจนแน่นอนขึ้นมาอีกครับ เรื่องที่เข้าใจตอนนั้นก็คือ------“คลอว์ด อย่าตายนะ” (หัวเราะ) มันคาดการณ์ได้ยังไงไม่รู้น่ะครับ


---คิดว่าข้อแตกต่างระหว่างนายบ่าวสองคู่คืออะไรคะ?

ซากุไร: ผมคิดว่าสุดท้ายแล้วคลอว์ดไม่ได้กลายเป็นพ่อบ้านซึ่งมีฐานะเป็น “บ่าว” อย่างเต็มตัวน่ะครับ ไม่ทันได้ใช้เวลาเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้เป็นนาย เขาก็พบคนที่มีตัวตนรุนแรงยิ่งกว่านั่นก็คือชิเอลเข้าเสียก่อน

โอโนะ: ผมรู้สึกว่าความแตกต่างมันน่าจะมีส่วนจากเรื่องว่าเคยเกี่ยวพันกันโดยตรงในอดีตรึเปล่าด้วยครับ ชิเอลประสบกับเหตุการณ์ครั้งใหญ่อย่างการฆ่าล้างครอบครัวและในชั่วขณะที่ตัวเองก็ถูกกักขังและไล่ต้อนเข้าตาจน เซบาสเตียนก็ปรากฎตัวออกมาและผูกพันธสัญญา กรณีของอลอยส์นี่คือยืมพลังจากน้องชายสุดที่รัก ลูคา และหลังจากนั้นคนที่อยู่เคียงข้างจริงๆก็คือฮันนา ไม่ได้มีรายละเอียดเล่าไว้ก็จริง แต่ผมคิดว่าอลอยส์กับคลอว์ดอาจจะมีช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตด้วยกันไม่เพียงพอก็เป็นได้ครับ


---หมายถึงมีข้อแตกต่างในเรื่องการสั่งสมความสัมพันธ์หรือคะ?

โอโนะ: เพียงแต่ ถ้าเรามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างชิเอลกับเซบาสเตียนคือ “1+1 ไม่ได้เท่ากับ 2 แต่เป็น 10 หรือ 20 ก็ได้นะเฟ้ย!” อลอยส์กับคลอว์ดทั้งสองคนมีคนละ 100 พอรวมกันแล้วก็เป็น 200 อะไรแบบนั้น เพราะอลอยส์กับคลอว์ดเองก็มีเอกลักษณ์แรงๆอยู่เหมือนกันล่ะนะครับ


---มีฉากไหนที่หลงเหลือความประทับใจอีกบ้างคะ?

โอโนะ: สำหรับผม ฉากในภาค 2 ที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือคลอว์ดจนหมดสิ้นเลยครับ

ซากุไร: แต่ก็มีจุดที่ไม่รู้ว่าตกลงเป็นตัวอักษร 「名」รึเปล่ากันแน่เหมือนกันนะ (หัวเราะ)

โอโนะ: 「迷」เหรอครับ?

ซากุไร: อาจจะเป็น 「明」ก็ได้ (หัวเราะ) เพราะเขามองโลกในแง่บวกอยู่ไม่น้อยเลย พออารมณ์ปลื้มปิติระริกระรื่น ก็อดแสดงออกมาทางร่างกายไม่ได้

(ตรงนี้ไม่ค่อยแน่ใจมุขค่ะ เดาว่าน่าจะมาจาก 名言 (เมย์เก็ง) คือพวกคำคมนั่นเอง น่าจะหมายถึงที่คลอว์ดชอบพูดเป็นกลอนน่ะค่ะ (ชื่อ)・迷(หลงทาง, ลุ่มหลง)・明(แสงสว่าง) นี่อ่านว่าเมย์ได้เหมือนกันหมด ประมาณว่าซากุไรซังชักไม่แน่ใจว่าที่คลอว์ดพูดมันจะเป็นคำคมแน่มั้ย โอโนะซังเลยบอกว่าเป็นคำพูดที่พูดมาแบบเลอะๆหลงๆเหรอ ซากุไรซังก็เลยบอกว่าอาจจะเป็นคำพูดวิ้งๆตอนอารมณ์กำลังพุ่งก็ได้ คิดว่านะคะ ใครเข้าใจต่างออกไป ฝากอนุเคราะห์ความรู้ด้วยละกันค่ะ (_ _|||)


---อาจจะเป็นคนซื่อตรงน่ารักก็เป็นได้นะคะ

โอโนะ: ครับ น่ารัก!

ซากุไร: ฉากประลองทำขนมในตอนที่ 7 ก็ใส่ชุดกันเปื้อนด้วยนี่นะครับ ไม่ใช่ผ้ากันเปื้อนแบบฝรั่งแต่เป็นแบบญี่ปุ่นแท้ๆเลย

โอโนะ: ใส่ครับ เจ้านั่นนี่ดูเหมือน ชิบะ (มินาโกะ) ซัง คนออกแบบตัวละคร จะเป็นคนอยากให้ใส่นะครับ

ซากุไร: แล้วก็ถักผ้าลูกไม้อยู่ในสวนที่มีกุหลาบบานสะพรั่ง……


---รู้สึกเหมือน “หม่าม้า” ยังไงก็ไม่รู้

ซากุไร: มองเห็นเป็นแบบนั้นจริงๆสินะครับ สุดท้ายก็ลงเอยโดยไปอยู่กับฮันนา อลอยส์ และลูคา ราวกับเป็นครอบครัวเลยนี่นะ

โอโนะ: มองได้ว่าแม้รูปแบบจะต่างออกไป แต่อลอยส์ซึ่งไม่มีครอบครัวก็ได้ครอบครัวใหม่ครับ

ซากุไร: วิเคราะห์แบบนั้นก็ได้อยู่ครับ อลอยส์ไม่รู้จักพ่อ ก็เลยไม่มี “แบบอย่างของพ่อ” อยู่ในตัวเอง เพราะงั้นการกล่าวชมคลอว์ดว่า “ยอดเลย” หรือ “แข็งแกร่ง” อาจจะใกล้เคียงกับความรู้สึกในการอวดพ่อของตัวเองก็ได้นะครับ

โอโนะ: พอคิดอย่างนั้นแล้วน่าสนใจครับ เขากล่าวชมโดยใช้คำพูดแบบหยาบๆพอสมควร อย่างเช่น “คลอว์ดของฉันน่ะสุดยอดรู้มั้ย”

ซากุไร: อาจจะคิดลึกซึ้งเกินไปก็ได้ แต่ก็คิดไปในทางนั้นได้เหมือนกันครับ



จุดหมายปลายทางของเรื่องราวและแว่นตา



---ช่วยเล่าเกี่ยวกับแว่นของคลอว์ดให้ฟังหน่อยสิคะ ทฤษฎีว่า “เป็นลิมิตเตอร์เพื่อกดพลัง” ก็มี แล้ว โอคาดะ (มาริ) ซัง ผู้รับผิดชอบโครงเรื่อง ก็เคยกล่าวเอาไว้ด้วยว่า “ต้องจับตามองว่าเรื่องราวและแว่นของคลอว์ดนี่สุดท้ายแล้วจะไปยังแห่งหนใด” ด้วยค่ะ

ซากุไร: คาดไม่ถึงครับว่าในวาระสุดท้าย เขาจะขอว่า “ในอกเสื้อมีอันสำรองอยู่ ใส่ให้ฉันที” พูดขึ้นมาว่า “ผันความเร่าร้อนให้เป็นความเยือกเย็น แปรเรื่องหลวงหลอกให้เป็นความสัตย์จริง เปลี่ยนหมาจรจัดให้เป็นท่านเอิร์ล นั่นต่างหาก…” เหมือนอย่างทุกที แต่จบลงที่ตรง “พ่อบ้านแห่ง…” นี่จับความไม่ได้

โอโนะ: เซบาสเตียนพึมพำว่า “ในวาระสุดท้าย คุณจากโลกนี้ไปในฐานะพ่อบ้านของใครกันหรือครับ”

ซากุไร: ด้วยความที่มีกรณีแบบนั้น เลยคิดว่าน่าจะเป็น “สวิตช์” มากกว่าจะเป็น “ลิมิตเตอร์” รึเปล่านะ สวิตช์ตัดสลับระหว่าง “โหมดพ่อบ้าน” กับ “โหมดปีศาจ”

โอโนะ: นั่นอาจจะเป็นสุนทรียศาสตร์ของเขาก็เป็นได้นะครับ


---คิดว่าวิญญาณของชิเอลและวิญญาณของอลอยส์ที่ปีศาจทั้งสองตนอดกินมีรสชาติยังไงคะ?

โอโนะ: ของอลอยส์นี่……บางที มันมีของประมาณเองุมิอยู่ด้วยใช่มั้ยครับ
(เองุมิ
: ส่วนหนึ่งของผักที่ให้รสขมประเภทหนึ่งและทำให้รู้ึสึกไม่อภิรมย์เวลาลิ้มรส)

ซากุไร: ท่าทางน่าจะมีรสแบบเคมีอยู่นิดหน่อย

โอโนะ: แต่สำหรับคนที่ชอบก็อดไม่กินไม่ได้ เหมือนกับขนมถูกๆ……

ซากุไร: รสชาติไม่ค่อยเหมาะกับลิ้นสูง ถ้าจะให้พูดก็คงเป็นรสชาติแบบอาหารขยะ แต่ก็เป็นรสชาติคุ้นเคยที่เคยกินซักครั้งหรือที่ไหนซักแห่ง

โอโนะ: ผมเข้าใจครับ เพราะอารมณ์ความรู้สึกของอลอยส์นี่มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าใครก็มีเหมือนกันหมด

ซากุไร: อืม คงต้องอร่อยแน่ๆเลยล่ะนะ


---แล้ววิญญาณของชิเอลที่ทุกคนบอกว่าสูงส่งล่ะคะ?

ซากุไร: ผมคิดว่าเหมือน…… “ยาพิษ”

โอโนะ: นั่นสินะครับ ยาพิษ ผมรู้สึกว่าเป็นของที่ห้ามกิน

ซากุไร: เหมือนถ้ากินเข้าไปแล้ว จำเป็นต้องมี “การชดใช้อะไรบางอย่าง”

โอโนะ: ของที่ต้องทำถึงขนาดนั้น……ผมกลับรู้สึกว่าพอใจกับขนมถูกๆซะน่าจะมีความสุขกว่า (หัวเราะ) วิญญาณของชิเอลเป็นผลไม้ต้องห้ามสินะครับ กินเข้าไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ก็เลยกินไม่ได้ แต่ก็เพราะอย่างนั้น ทุกคนถึงได้เพรียกหามัน

ซากุไร: เป็นอะไรที่สุดยอดซึ่งคนอย่างพวกเราจินตนาการไม่ออก
(ยิ่งเป็นของต้องห้าม ถึงได้ยิ่งเย้ายวนไงคะ แต่ถ้าไม่เตรียมใจพร้อมแบบเซบาสเตียนแล้วล่ะก็ อย่าได้ริดีกว่าเนาะ อิๆ)


---แล้วในแง่ประเภทของกินล่ะคะ?

ซากุไร: จะวิญญาณดวงไหนก็ให้ภาพพจน์เหมือนผลไม้นะครับ อย่างสตรอว์เบอร์รี่พันธุ์แปลกๆ? น่ารักเกินไปรึเปล่านะ? จริงๆก็รู้สึกเหมือนเป็นทับทิม

โอโนะ: ว่ากันว่าทับทิมมีรสชาติเหมือนมนุษย์นี่นะครับ

ซากุไร: งั้นก็เป็น “ทับทิมโลกปีศาจ” กับ “สตรอว์เบอร์รี่โลกปีศาจ”

โอโนะ: ตั้งชื่อซะเหมือนเด็กประถมเลยนะครับ (หัวเราะ) พิลึก นี่ไม่ใช่ซากุไรซังที่ผมรู้จัก!

พร้อมกัน: (หัวเราะ)

โอโนะ: แต่ผมก็เข้าใจครับ ผลไม้สินะ รสชาติของผลไม้ต้องห้าม

ซากุไร: อยากลองกินดูจัีง


---เอาล่ะ ถ้าให้พูดอะไรกับตัวละครของอีกฝ่ายซักนิดนึงล่ะคะ?

โอโนะ: รักคลอว์ดที่สุดเลย!

ซากุไร: ขอโทษด้วย

---รายกาย “เนรุตง” หรือไงกันคะ!? (หัวเราะ) (เนรุตง” --> “Neruton Benikujiradan” รายการวาไรตี้สมัยก่อนเกี่ยวกับการจับคู่ จะมีฝ่ายหนึ่งสารภาพรัก และอีกฝ่ายก็จะตอบรับหรือปฏิเสธ) เอาล่ะค่ะ ขอฟังความรู้สึกเกี่ยวกับตอนจบของเรื่องหน่อยสิคะ

ซากุไร: เป็นตอนจบที่งดงามจนน่าเจ็บปวดและเหงาหงอยเหลือเกินครับ แต่ก็คิดได้ว่าแบบนี้มันก็ดีแล้วนะครับ คลอว์ดยังคงปฏิบัติตนสมเป็นปีศาจจนถึงท้ายที่สุด แล้วในวาระสุดท้ายก็จบชีวิตลงในฐานะพ่อบ้าน คิดว่าเป็นบทลงเอยที่ตราตรึงใจในหลายๆความหมายครับ

โอโนะ: อาจจะเป็นบทลงเอยที่แตกต่างจากแฮปปี้เอ็นดิ้งหรือแบ๊ดเอ็นดิ้งที่ทุกคนจินตนาการเอาไว้ก็เป็นได้ครับ ซึ่งมันก็ต่างจากการคาดการณ์ของผมด้วย แต่ผมก็คิดว่ามันเป็นวิธีจบที่ความรู้สึกนึกคิดของปีศาจกับมนุษย์และวิญญาณได้ไปถึงที่ที่ควรแตกต่างกันไป ตามความรู้สึกของผมแล้ว……จบด้วย “เยส มายลอร์ด” ตอนท้ายนี่ดีนะครับ “Kuroshitsuji II” คอยหักหลังการคาดการณ์อยู่เรื่อย แต่สุดท้ายก็รับเอาความรู้สึกของทุกคนและพูดคำนั้นกลับไปนี่ ผมดีใจจริงๆครับ


::::::::::::::::::::::::::


เกรลล์เชิญชม
!
Selection
โพสสุดไนซ์ของเซบาสเตียน





ขวาบน: อ๊า เลียแผลบแบบนั้นมันขี้โกงนี่! อ้ามชั้นสิ กระโดดขย้ำชั้นสิ! ทำกับชั้นคนเดียว! ทำมังคุดแห่งโลกยมทูตลูกนี้! นี่ไง! คัมม่อน เซบาสจา~ง!

ขวาล่าง: นี่มันรูปถ่ายตอนหยุดรถไฟ! ฉันว่าเวลาต้องหยุดไปด้วยแน่เลยสินะ ก็ผู้หญิงที่จะขัดขืนปลายนิ้วบอกให้หยุดของเซบาสจังน่ะมีอยู่ที่ไหนกันล่ะยะ!

กลางบน: ทะ ทำไมถึงจะจุ๊บไอ้เด็กแบบนี้กันเฮอะ!? บอกว่าเป็นตอนกำลังจะดูดวิญญาณงั้นเหรอ? โกหกโกหก พกลมแน่ๆ เล่นทำหน้าเซ็กซี่แบบนี้! ชั้นเองก็อยากเห็นมั่งนะ! แบบระยะประชิดเลย!

กลางล่าง: อ๊า~ นี่มันช็อตพรีเมียมหายากยิ่ง! ถูกสั่งว่า “อย่ามาปรากฎตัวให้ฉันเห็น” เซบาสจังก็เลยเกิดแผลในใจ……มันจั๊กจี้ม่วนใจชั้นไปถึงส่วนต้องห้ามในใจเลยล่า!

ซ้ายบน: แม้แต่ตอนนี้ก็ยังจำได้แจ่มชัด การแจ้งล่วงหน้าถึงโพสสุดไนซ์ของเซบาสจังในวันนั้น ชั้นถ่ายให้ดีๆไม่ได้เลยแม้แต่ช็อตเดียว ก็แหมก็แหม ชั้นชอบของจริงมากกว่านี่นา!

ซ้ายล่าง: ไม่ได้นะ! ช็ิอตนี้ห้ามออกอากาศรู้มั้ย ก็แหม มันเซ็กซี่เิกินไปนี่นา ถ้าถูกมองในสภาพแบบนี้ จะเผลอใจทำตามคำขอมันทุกอย่างน่ะสิ! เพราะงั้นนะจ๊ะ ขออีกใบ……ไม่ได้เหรอ?


------------


อลอยส์ก็ยกย่องมั่ง!
คลอว์ด
ซูเปอร์แอ็คชั่นด้วยแว่นตา





ขวาบน: เหวี่ยงแว่นตาออกไปแล้วเอาหน้ารับได้นี่สุดยอดเป็นบ้าเลย แถมระหว่างนั้นยังจัดโต๊ะอาหารไปด้วยอีก สมเป็นคลอว์ด แหม แค่นี้มันยังพื้นๆเนอะ!

ขวาล่าง: เดี๋ยวสิคลอว์ด! สร้างรูปปั้นขนาดใหญ่ได้ด้วยครีมนี่ยอดเลย แต่ถ้าทำแว่นสกปรกก็หมดกันสิ อุตส่าห์ใส่ผ้ากันเปื้อนรูปร่างน่าสนใจทั้งที ให้ดูชัดๆหน่อยสิ!

กลางบน: ตรงหลังขาแว่นเนี่ย ทำเสียงกึกๆสินะ ยกเลนส์ขึ้นลง ค่อยๆเร็วขึ้นมา……มัน ฉันเอง……ก็ง่วงขึ้นมา……แล้วสิ

กลางล่าง: อุ๊ รูปนี้มันมาจากไหนกันเนี่ย……เอ๊ะ เป็นรูปถ่ายตอนเซบาสเตียนมาเหรอ? อืม งั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ก็คลอว์ดเป็นพวกชอบถอดแว่นตอนสู้นี่นา

ซ้ายบน: “ห้าย~เห็นเข้าแล้ว ให้เห็นเข้าแล้วนะเออ” งั้นเรอะ? อะฮะฮะ คลอว์ดนี่น่าสนใจจริงๆ (หน้าจริงจัง) ……บ้ารึเปล่าห๊ะ? รีบกลับมาเริ่มใหม่ที่จุดเริ่มต้นเลย เร็วเข้า!

ซ้ายล่าง: ฉันมองอยู่นะ ฟังอยู่จนจบเลย ไ่ม่เข้าใจก็จริง เสียงมาเบาเอาตรงจุดสำคัญนะ บอกว่าเป็น “พ่อบ้านของใคร” กันหืม แต่ก็ช่างเถอะ ซักวันฉันจะขอให้บอกให้ฟัง


=====================


จบไปเล่ม ฟู่ว์~

ได้ดู OVA Ciel in Wonderland แล้ว โฮ่ยๆ น่ารักมากๆ ดูแล้วเลยได้รู้ว่าอนิเมแต่ละด่านของนัมจะทาวน์นี่เขาเอามาเปลี่ยนลำัดับอะไรหลายอย่างนี่เอง แถมเนื้อเรื่องที่นัมจะทาวน์ก็ไปจนถึงตอนจบแล้ว เลยนึกว่าในครึ่งแรกนี่ก็จะจบไปทีนึง แล้วครึ่งหลังก็เป็นตอนใหม่ แบบ Never End เสียอีก แต่ที่นัมจะ ภาพก็มีแค่ส่วนของครึ่งแรกน้อ ณ จุดนั้นคงยังทำออกมาเสร็จแค่ครึ่งแรกสินะ แบบนี้หรือว่าตอนจบจะต่างกันหนอ? แต่จบแบบนัมจะเค้าก็ว่าโมเอในแบบของมันดีอยู่แล้วนะ ครึๆๆ 

แล้วก็ได้ดูมิวสิคัลภาค 2 แล้วด้วย ภาคนี้ทำออกมาดีมากๆเลยน้อ เทียบกับภาคก่อนแล้วเห็นพัฒนาการชัดเจนเลย มัตสึเซบะแพรวพราวขึ้นอีก อ๊ายยย~ ภาคก่อนยังไม่ค่อยอินไงไม่รู้ ภาคนี้อินแร้ววว~ ไว้ต้องกลับไปดูภาคก่อนอีกรอบ แถมภาคนี้แหย่บ๊ตตั้นตลอดเวลา ฉากจะตีก้นนั่นมันอาร้ายยย!? น่ารักจริงจริ๊งงง~ สายตาของปีศาจที่มองบ๊ตตั้นที่ยืนหันหลังให้ตอนใกล้จะจบก็อ่ากกกก เก็บๆความกระหายอยากหน่อยคุณเอ๊ยยยย~ จะวิญญาณซักกี่ร้อยกี่พันดวงก็สู้วิญญาณของบ๊ตตั้นดวงเดียวไม่ได้สินะ ฉากอุ้มก็โมเอ๊~~~ บ๊ตตั้นออกมาเต้นกับเหล่ายมทูตตอนทักทายคนดูหลังมิวสิคัลจบนี่น่ารักค่อดๆ บ๊ตตั้น~~~!!! เซอร์วิสเซบะชิเอะตอนจบก็อะฮุๆๆ… หัวใจสาววายโอเวอร์ฮีท~ (*#′∀`艸)

เกรลล์ก็แสดงได้แร่ดเริ่ดฟุๆๆเหมือนเคย ทั้งวิลล์ทั้งน็อกซ์ก็แคสต์มาได้ดีแท้ จะว่าไปดูภาคนี้แล้วแอบอินคู่เอริกซ์xอลันอยู่นะเนี่ย ชะตากรรมน่าสงสารเชียว มิตรภาพอะไรกันคะ ทำถึงขนาดนั้นมันเกินกว่ามิตรภาพแล้ววว ดูไปเขินไปเศร้าไป… ประทับใจสุดๆภาคนี้ อยากให้มีมิวสิคัลภาค 3 จัง ♪d(´▽`)b♪

อัพเดทรอบหน้าคิดว่าคงเป็นสปอยล์ OVA ค่ะ จริงๆของมิวสิคัลก็แอบอยากทำแต่ยาวเหลือเกิน อาจจะค่อยๆทำไป...



-----------------------


เวรกรรม ตอนอีดิทไปนิดนึงแล้วอัพเดทมันดันเดี้ยงค่ะ เหลืออยู่สั้นกระจุ๊ด นี่โดนแกล้งรับฮัลโลวีนหรือไร? พรากกก มานั่งลงที่เหลือใหม่จัดใหม่อีก เอิ่ม... หวังว่าคงจะอ่านได้แล้วนะคะ คุณ FH666 ขออภัยในความไม่สะดวก ขอบคุณที่ทักด้วยค่า~
^^

edit @ 31 Oct 2010 01:57:35 by lapace-geass