อ้างอิง
: Otome continue Vol. 2 (p.36-38, 40-41)

 

 

 

 

บทสัมภาษณ์โอคาดะ มาริ  

ผู้รับผิดชอบโครงเรื่อง 

 



ชั่วขณะที่เปิดสวิตช์ให้คลอว์ด


------ ตอนเริ่มสร้าง “Kuroshitsuiji II” ซึ่งมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองเลยนี่ คาแรคเตอร์ของพ่อบ้านคลอว์ดและอลอยส์นี่ถูกสร้างขึ้นมาในลักษณะไหนหรือคะ?

โอคาดะ: ตอนตัดสินใจว่า “ภาคนี้ทำการปะทะกันระหว่างพ่อบ้านเถอะ” อย่างแรกเลย ฉันต้องคิดว่าตัวละครที่่จะมาเทียบเคียงกับเซบาสเตียนและชิเอลได้ควรจะเป็น แบบไหนดี ตรงจุดนั้นนี่ จะหลุดออกจากเรื่องที่ว่า “พ่อบ้านเป็น S” ไม่ได้ แถมในภาคก่อนก็มีการต่อสู้กับเทวดาไปเสียแล้วด้วย เพราัะงั้นต้องสร้างตัวละครพ่อบ้านที่แข็งแกร่งกว่านั้นอีก เผลอๆจะเก่งกว่าเซบาสเตียนด้วยซ้ำ แล้วก็มีนิสัยเงียบขรึม ไม่แสดงอารมณ์ออกมาให้เห็น ก็เลยได้คลอว์ดออกมาค่ะ ส่วนอลอยส์นี่ ฉันอยากเขียนตัวละครที่แม้จะมีอดีตคล้ายกับชิเอลแต่ก็เป็นคนแตกต่างกันโดย สิ้นเชิง ก็เลยเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นจากอดีตดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตัวละครใน “Kuroshitsuji” จะมีความเข้มลึกอยู่ในตัว อย่างอลอยส์นี่ในความหมายหนึ่งนี่ทำออกสุดโต่งไปด้วยซ้ำ เลยไม่น่าห่วงอะไร แต่สำหรับคลอว์ดนี่ ต่อให้สร้างตัวละครเท่ๆแบบเซฟตัวเองออกมา ยังไงก็ไม่มีทางชนะตัวละครในผลงานเดิมได้อยู่แล้ว แถมยังให้มาเป็นคู่ปรับไม่ไ่ด้ด้วย ทีนี้หลังจากดิ้นรนอยู่หลายตลบว่าจะทำยังไงดี มันก็ออกมาพิลึกขึ้นเรื่อยๆ……(หัวเราะ)

(ก๊ากกก พิลึกกึกกือจริงๆล่ะค่ะ แต่ก็ทำเอาเฮียคลอว์ดกลายเป็นตัวละครที่คงลืมไม่ลงกันเลยทีเดียว)

 

------กลายเป็นตัวละครแบบนั้นไปแล้วสินะคะ (หัวเราะ) มีแรงบันดาลใจอะไรขึ้นมาหรือคะ?

โอคาดะ:  มันมีเหตุจากตอนคิดฉากแอ็คชั่นกับแว่นขึ้นมาได้รึเปล่านะ (หัวเราะ) เดิมทีฉันมีแรงบันดาลใจมาจากดีไซน์ตัวละครที่มีแว่นติดมาด้วยซึ่งอาจารย์โท โบโสะ ยานะ เจ้าของผลงานเดิม กรุณาวาดมาให้น่ะค่ะ แผนที่คิดไว้ตอนแรกคือ หลังฉันเขียนบทตอนที่ 1 เสร็จ ก็จะขอให้ไรท์เตอร์คนอื่นๆเขียนต่อ แล้วฉันก็จะเขียนบทส่วนที่เหลือคือตั้งแต่ตอนที่ 8 จนถึงตอนจบเอง ปรากฎบทตอนที่ 8 นี่เขียนออกมาเสร็จก่อนบทช่วงตอนที่ 2 ถึง 7 จะออกมาเสียอีก คลอว์ดในตอนที่ 8 ตื่นเต้นคึกคักเกินเหตุไปนิดอยู่ในตัวฉัน……(หัวเราะ)

 

------ระเบิดออกมาไม่เบาเลยนะคะ (หัวเราะ)

โอคาดะ: ตานี่เป็นผู้ชายที่ตะกละตะกรามแล้วก็โหดร้ายจริงๆค่ะ (หัวเราะ) แต่กระนั้นผู้กำักับ อาจารย์ และสตาฟฟ์ทุกคนก็กรุณาบอกว่า “ทำเต็มที่ไปเลย!” อลอยส์กับคลอว์ดก็เลยออกมาตามที่ฉันคิดไว้ เพียงแต่ว่า ถ้านี่เป็นผลงานที่มีเนื้อเรื่ิองเป็นของตัวเองโดยสมบูรณ์ล่ะก็ จะให้วิ่งไปทางไหนก็ได้ทั้งนั้น แต่ยังไงเสียเรื่องนี้ก็มีผลงานเดิมอยู่ จะให้โผล่ออกมาขนาดไหนดีนี่ ฉันก็ลองผิดลองถูกอยู่ตลอดค่ะ

 

------จากมุมมองของโลกในผลงานเดิม มันมีเส้นที่เราจะหลุดออกมาไม่ได้จริงๆล่ะนะคะ

โอคาดะ: ใช่แล้วค่ะ ในภาค 1 ฉันกลุ้มใจกับการเขียนความสัมพันธ์ฉันท์ “พ่อบ้านกับนายน้อย” ของเซบาสเตียนและชิเอลเอามากๆเลยค่ะ ถ้าเป็นอนิเมปกติ เขียนประมาณ “ผมจะปกป้องนายน้อยเองขอรับ!” เรื่องมันก็จะดำเนินไปได้ดีกว่า แต่ฉันต้องรักษาระยะห่างของทั้งสองคนไม่ให้ใกล้กันไปกว่านี้ ทว่าจุดนั้นล่ะค่ะที่กลายเป็นเสน่ห์ เพราะฉะนั้นฉันเลยตั้งใจจะเขียนความเท่ซึ่งเกิดจากการไม่ไว้วางใจซึ่งกันและ กันแม้จะร่วมต่อสู้กันมา หรือจุดชวนปวดแสบปวดร้อนออกมาค่ะ แต่สำหรับคลอว์ดและอลอยส์ในภาคนี้ ฉันอยากเขียนตัวละครที่หลุดออกมาจากพันธนาการนั้น เลยปล่อยอะไรที่เคยเก็บกดไว้ให้ไหลโจ๊กออกมาพรวดเดียวเลยค่ะ (หัวเราะ) แต่เดิมทีมันเกิดมาจากการตีความหมายได้สองนัยของคำว่า “พ่อบ้านแมงมุม” ทั้งสองต่างก็พึ่งพากันและกัน ก็เลยคิดว่าถ้าเขียนเป็นความสัมพันธ์แบบเหนียวหนืดที่เข้าใจยากขึ้นเรื่อยๆ ว่าฝ่ายไหนเป็นแมงมุม ฝ่ายไหนเป็นผีเสื้อกันแน่ออกมา มันจะอีโรติกดีมั้ยน้าน่ะค่ะั

 

------ออกจะเป็นความสัมพันธ์ไม่สม่ำเสมอ ตรงข้ามกับความสัมพันธ์ที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเซบาสเตียนและชิเอลสินะคะ

โอคาดะ:  จุดนั้นมันซับซ้อนมากเลยนะคะ เซบาสเตียนกับชิเอลนี่มีจุดที่ต่างฝ่ายต่างก็คอยประเมินอีกฝ่ายอยู่เสมอด้วย ค่ะ ความรู้สึกประมาณใครหมดค่าในการมีตัวตนอยู่เมื่อไหร่ก็สามารถตัดทิ้งได้ ทันที คลอว์ดกับอลอยส์มีจุดแบบนั้นเหมือนกันก็จริง แต่ก็จริงอีกเหมือนกันว่าเป็นความรู้สึกที่โอนเอนไปทางความรักอยู่เล็กน้อย พอได้ยินพูดอย่างนั้นแล้ว ตอนกำลังเขียนเรื่องอลอยส์นี่ ต้องบอกว่าฉันอาจจะเห็นใจเขาด้วยความรู้สึกของผู้หญิงอยู่ก็เป็นได้ “แบบนี้มันทรมานสินะ แต่ก็ยังวิ่งไล่ตามไปจนได้สินะ” อะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ก่อนหน้านี้ฉันเคยอยากลองเขียนหนุ่มน้อยหน้าสวยผู้น่าสังเวชเวทนาน่ะค่ะ เขียนบทไปก็คิดไปพลางว่าอยากให้อลอยส์มีความสุขจริงๆเลยน้า

(ชอบ ความสัมพันธ์แบบหยั่งเชิงของเซบาสเตียนกับชิเอลจริงๆค่ะ ดูท้าทาย กินกันไม่ลงดี ต้องแอบมีความเท่าเทียมกับสมดุลย์ที่เปราะบางอย่างประหลาดสิ ถึงจะสนุก แถมต่อให้ประเมินอีกฝ่ายอยู่เสมอ สุดท้ายก็ตัดกันไม่ขาดอยู่ดีนั่นล่ะ แม้จะมีเหตุให้สะเทือนความสัมพันธ์ไปบ้าง แต่นั่นล่ะยิ่งเพิ่มรสชาติและสีสันให้ชีวิตคู่ หุๆ ส่วนอลอยส์ มาอ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว เหมือนแฟนทิ้งแล้ววิ่งไล่ตามไม่ยอมตัดใจง่ายๆจริงๆด้วยน้อ ทั้งที่รู้ว่ามันทรมาน แต่ก็อดที่จะวิ่งไล่ตามไม่ได้ น่าสงสาร…)

 

 

“การทะเลาะหึงหวงครั้งมหึมา” นามว่า ‘Kuroshitsuji II’

 
------แล้วพล็อตของเรื่องนี้ถูกคิดขึ้นมายังไงหรือคะ?

โอคาดะ: ตอนแรกเลยที่คิดว่าจะเขียนเรื่องราวเชื่อมโยงกับภาคแรกยังไงดีนี่ ฉันชอบจุดที่เซบาสเตียนไม่พูดโกหกเอามากๆเลยค่ะ อยากจะเล่นกับจุดที่ว่า “ไม่พูดโกหกก็จริง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ใช่การโกหกล่ะก็ จะทำ” ก็เลยได้การดำเนินเรื่องในตอนนี้ที่ว่าชิเอลสูญเสียความทรงจำไปและจะทำการ ชำระแค้นอีกครั้งมา ส่วนเรื่องราวของอลอยส์กับคลอว์ดนี่ ทางนี้ได้รับมอบหมายมาเยอะอยู่ก็จริง แต่ไอเดียเกี่ยวกับบทลงเอยของเซบาสเตียนและชิเอลในตอนสุดท้ายนี่ได้รับมาจาก อาจารย์โทโบโสะ ฉันเลยคิดว่าจะเขียนเนื้อเรื่องยังไงให้มุ่งไปสู่่จุดนั้นน่ะค่ะ

(ได้ ยินว่าอาจารย์โทโบโสะออกไอเดียตอนจบเกี่ยวกับเซบะชิเอะแล้วหูผึ่งขึ้นมา ทันที จะโอคาดะซังหรืออาจารย์โทโบโสะ ก็เชื่อในฝีมือ