อ้างอิง
: Otome continue Vol. 2 (p. 9-13)

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::


ความอีโรติกของ Kuroshitsuji

ตรงนี้มันอีโรติกชะมัด! Kuroshitsuji
ความอีโรติกของ Kuroshitsuji = กุญแจสี่ดอกในการพินิจพิเคราะห์
Kuroticism
(<--
พี่ยุ่นชอบผสมคำอะไรอย่างนี้จริงๆ *กุมขมับ*)



 
ความอีโรติกของ Kuroshitsuji” ช่างเป็นสิ่งน่าพิศวงเสียจริงๆ! อย่างเช่นถุงมือของเซบาสเตียน มิคาเอลิส ถุงมือสีขาวล้วนที่ดูน่าจะทำจากไหมชั้นดีนั้น ไม่ว่าเมื่อใดก็ไม่มีทางมีรอยเปื้อนแม้แต่รอยเดียว ความสะอาดไร้ความมัวหมอง ความบริสุทธิ์โดยแท้!

ทว่า ขณะที่เขากำลังเริ่มจะปลดกระดุมชุดนอนของผู้เป็นนายอยู่ตรงเตียงในทันทีที่ ชิเอล แฟนทอมไฮฟ์ ผู้เป็นนายลุกขึ้นจากที่นอน เรื่องนี้ก็เริ่มแสดงให้เห็นแง่มุมลามกขึ้นมาทันใด! หรือจะเป็นฉากที่อลอยส์ ทรานซี คว้านขยี้ลูกตาของสาวใช้ฮันนาด้วยสีหน้าพึงพอใจเหลือเกินหลังจากเล่นไข่แดง ของไข่ดาวอยู่ครู่หนึ่งตอนเริ่มภาคสองก็ตาม! ณ เวลานั้นเอง เหล่าหญิงสาวผู้ยกธงขาวยอมแพ้เสน่ห์ลึำกล้ำไปถึงก้นบึ้งของ “Kuroshitsuji” ก็ส่งเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจกันในโลกไซเบอร์สเปซทันใด

ก็ไม่ได้มีโชว์เนื้อหนังมังสาอะไรมากมาย แล้วก็ไม่ได้มีฉากเลิฟซีนโจ่งแจ้งแต่อย่างใด ถ้าเช่นนั้น…อา…ถ้าเช่นนั้นแล้วมันทำไมกัน!! อนิเมเรื่อง “Kuroshitsuji” ถึงได้สนองความใคร่ เรียกเสียงหัวเราะหยาบโลน และกระพืออีรอสในตัวของพวกเราชนิดที่คนทั้งหมื่นต้องประหลาดใจถึงเพียงนี้!? ……หรือควรจะบอกว่าอีโรติกดี? เราขอมอบกุญแจ 4 ดอกที่จะไขความลับแห่งความอีโรติกนี้แก่ท่านๆที่จะมาร่วมไขปริศนาไปกับเรา


:::::::::::::::::::::::::::::::::

กุญแจดอกที่ 1: ความสัมพันธ์ฉันท์นายบ่าว

พันธสัญญา-การครอบครองแต่ผู้เดียว-การลุ่มหลง




สิ่งที่สร้างรากฐานให้ “Kuroshitsuji” ก็คือ ความสัมพันธ์ฉันท์นายบ่าวระหว่างผู้เป็นนายและพ่อบ้าน เบื้องหลังความสัมพันธ์นี้มี “พันธสัญญาเลือด” ระหว่างมนุษย์และปีศาจอยู่ พ่อบ้านปีศาจแต่ละตนจะคอยติดตามตัวนายน้อย/นายท่านและเชื่อฟังคำสั่งอย่าง เคร่งครัดจนกว่าจะถึงเวลาที่ความปรารถนาของพวกเขาเป็นจริง ------เพียงแต่ นั่นก็เพื่อจะได้กินวิญญาณของผู้เป็นนายซึ่งถือเป็นอาหารมื้อค่ำเลิศรสที่ สุดสำหรับปีศาจ ในรุ่งอรุณนั้นที่ความปรารถนาเป็นจริง ปีศาจก็จะสามารถกินดวงวิญญาณนั้นได้อย่างเป็นทางการ อนึ่ง ทั้งเซบาสเตียนและคลอว์ดต่างก็มีคุณสมบัตินักชิมและรังเกียจการที่วิญญาณเสียรสชาติ (อย่างเช่น การสูญเสียความสูงส่ง) เป็นที่สุด และ ณ เวลานี้ วิญญาณของชิเอลก็เป็นที่ต้องตาต้องใจของทุกฝ่าย

อีกประการหนึ่ง พ่อบ้านนั้นเป็น S อย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังเป็น S ระดับสูงปรี๊ด บทพูดที่พิฆาตใจกันเป็นจริงเป็นจังที่ถูกกล่าวออกมาด้วยเสียงนุ่มๆของเซบาสเตียนหรือเสียงเย้ายวนของคลอว์ดช่วยเติมเต็มความปรารถนาหลักๆสามประการของ หญิงสาวได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ “อยากถูกปกป้อง” “อยากถูกครอบครอง” “อยากถูกดุว่า” (และที่ตามมาอีกประการก็คือ “อยากถูกกินในท้ายที่สุด”) “ผมไ่ม่ยอมหรอกครับ ไม่ยอมให้คุณแตะต้องหรือเลมเลียวิญญาณของนายน้อย” (เซบาสเตียน/ภาค 2 ตอนที่ 7) ……ความสัมพันธ์ฉันท์นายบ่าวก็ถือเป็นความสัมพันธ์ลับแห่งการเข้าครอบครองและถูกครอบครองเช่นกัน


-------------------------

ชีวิตประจำวันของนายบ่าว ส่วนที่ 1 ------ การอุ้ม




การอุ้มแบบเจ้าหญิงที่เหล่าคนรับใช้เองพากันอิจฉา! มันเป็นเรื่องยากกว่าที่คิด หากเซบาสเตียนที่เป็นฝ่ายอุ้มนั้นไม่เข้าใจรูปร่างของชิเอลเป็นอย่างดี ก็จะไม่รู้ตำแหน่งการวางมือเพื่อพยุงสะโพก ส่วนชิเอลซึ่งเป็นฝ่ายถูกอุ้มก็ต้องปล่อยร่างกายให้เซบาสเตียนอุ้มอย่างเต็ม ตัว ตอนชิเอลร่างกายอ่อนแอเพราะได้รับบาดเจ็บ เซบาสเตียนก็พากลับคฤหาสน์ในสไตล์นี้ แถมยังใช้แรงงานหนักโดยการเ้ต้นรำไปพลางกล่อมชิเอลซึ่งดิ้นรนอาละวาดทั้งๆ ที่ถูกอุ้มอยู่ (ราวกับเด็กเอาแต่ใจ!) เพราะถูกขัดขวางการดวลกับอลอยส์ ให้สงบไปพลางด้วย “การอุ้ม” เป็นการแตะเนื้อต้องตัวแสดงความใกล้ชิดของพ่อแม่กับลูกหรือคนรัก แต่อีกด้านหนึ่งก็ให้อารมณ์การขนย้ายสมบัติล้ำค่าอย่างทะนุทนอมไม่ให้เกิดริ้วรอยด้วยเช่นกัน เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเซบาสเตียนและชิเอล น่าจับตามองตรงที่วิธีอุ้มแบบนี้ไม่ได้เป็นคำสั่งของชิเอล แต่เซบาสเตียนเลือกที่จะทำเอง ถ้าหากอลอยส์มีความสัมพันธ์แบบที่จะถูกคลอว์ดอุ้มแบบเจ้าหญิงล่ะก็ ชะตากรรมของอลอยส์อาจจะต่างออกไปอีกเล็กน้อยก็เป็นได้……

(โอยอ่านแล้วอิ่มเอมเปรมปรีดิ์มากค่ะตรงนี้ (*´`*b)ทั้ง เซบาสเตียนทั้งคลอว์ดนี่อุ้มชิเอลแบบเจ้าหญิงด้วยกันทั้งคู่เลย เซบะชิเอะๆๆๆๆ คุโระชิเอะๆๆๆๆ ส่วนอลอยส์ สุดท้ายก็มีฮันนาอุ้มแบบนั้นให้แล้วน้อ~ ว่าแต่ที่บอกเซ บาสเตียนทำแบบนั้นไปด้วยสัญชาตญาณเนี่ย...จะสื่อว่าเซบาสเตียนเห็นชิเอลเป็น สมบัติล้ำค่าตรงๆ หรือจะแฝงนัยว่าชิเอลที่ยังไม่ผ่านการชำระแค้นก็ยังถือเป็นเพียงเด็กน้อยใน สายตาเซบาสเตียนกันแน่หนอ? จะแบบไหนก็น่าเอ็นดูแหละ ที่แน่ๆ เซบาสเตียนเข้าใจรูปร่างชิเอลเป็นอย่างดีสินะ หึๆๆๆ)


-------------------------

  ชีวิตประจำวันของนายบ่าว ส่วนที่ 2 ------ การเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย




คน ที่จะสัมผัสผิวของผู้เป็นนายซึ่งมีรอยประทับหรือปานได้มีเพียงพ่อบ้านเท่านั้น ตอนอาบน้ำในอ่าง ชิเอลให้เซบาสเตียนราดน้ำล้างแผ่นหลังให้เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ชิเอลจะลำบากลำบนกับการติดกระดุมหรือผูกเน็คไทด้วยตัวเองคนเดียว ที่เขาแต่งกายได้สมเป็นขุนนางก็เพราะมีการดูแลอย่างแข็งขันของเซบาสเตียนนี่เล่า แม้ตอนใส่ชุดกระโปรงจะร้องโหยหวนออกมาเพราะถูกคอร์เซตรัด แต่โดยพื้นฐานแล้วก็จะยอมให้เซบาสเตียนแต่งตัวให้แต่โดยดี จุดนี้ล่ะที่ทำให้สมเป็น “นายน้อย” แท้ๆแต่กำเนิด ส่วนอลอยส์จะปลดกระดุมที่คลอว์ดติดให้ออก เผยให้เห็นหน้าอก ถาม “โกรธมั้ย” แล้วรอสนุกกับปฏิกิริยา เปี่ยมล้นไปด้วยความยินดีของการ “ยอมให้แต่งตัวให้ก็ได้” อลอยส์ซึ่งเคยร่อนเร่อยู่ท่ามกลางชนชั้นล่างสุดของสังคม แค่การแต่งตัวย่อมทำเองได้อยู่แล้ว คลอว์ดยอมร่วมเล่นเกมขุนนางที่เปิดฉากขึ้นในห้องนอนอย่างเงียบๆ…… แต่แท้จริงแล้วคนที่ถูกเล่นสนุกด้วยคือฝ่ายไหนกันแน่?


::::::::::::::::::::::::::::::::


กุญแจดอกที่ 2: บาดแผล-การไม่มีอยู่

ความอีโรติกของ ความเจ็บปวด และ การขาดหาย:

 


อยากเห็นตัวละครสวยๆงามๆต้องทนรับความเจ็บปวด……การตอบสนองความปรารถนาที่ไม่ ค่อยสมควรนั้นเป็นเสน่ห์สำคัญของ “Kuroshitsuji” ยกตัวอย่างเช่น ร่างของชิเอลผู้ไม่ยอมจำนนแม้จะถูกลักพาตัวมาและใบหน้าเปื้อนเลือดกำเดา ทำให้รู้สึกถึงความหยิ่งทรนงหลังรอดชีวิตจากประสบการณ์การถูกย่ำยีในอดีตและความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะชำระแค้น ในขณะเดียวกัน ความอ่อนแอสมเป็นเด็กหนุ่มอายุสิบสามก็ช่างบีบเค้นหัวใจนัก เราได้เห็นจุดนั้นในชิเอลผู้ออกร่อนเร่พร้อมกับความเจ็บปวดในใจหลังถูกเซบาสเตียนปล่อยทิ้งไว้ที่ปารีสได้มากกว่าเห็นมันจากสภาพของเขาที่ทนรับความเจ็บ ปวดทางกายอีกมิใช่หรือ

เอาล่ะืทีนี้ เซบาสเตียนย่อมเหมาะกับการเป็นฝ่ายมอบความเจ็บปวดให้คนอื่นมากกว่าอยู่แล้ว เพราะอย่างนั้นนั่นล่ะ เวลาโดนแส้เฆี่ยนตอนถูกนางฟ้าแองเจลาทรมาน ความวิตถารที่พอนึกถึงชิเอลแล้วการถูกเฆี่ยนก็กลายเป็นความเพลิดเพลินนี่ ช่างเกินห้ามใจ! วีนัสของมิโลซึ่งมีร่างเป็นทองคำในอัตราส่วนที่ดีที่สุดถูกกล่าวขานว่างดงาม ก็เพราะสูญเสียแขนทั้งสองข้างไปนั่นไร พ่อบ้านเซบาสเตียนผู้สมบูรณ์แบบซึ่งสูญเสียแขนไปข้างหนึ่งในการต่อสู้เสี่ยง ชีวิตในตอนจบกับแองเจลาก็งดงามไม่แพ้กันแน่นอน นอกจากนี้ เราก็ลืมฮันนาจากฝั่งตระกูลทรานซีไม่ได้เช่นกัน ผิวสีน้ำตาล แขนขาชวนมอง แต่ก็มีช่องว่างตรงที่แม้จะถูกอลอยส์คว้านลูกตาไป ก็ยังคงเป็นสาวใช้ว่านอนสอนง่าย แถมฉากที่ถูกคลอว์ดดึงดาบปีศาจเลวาทีนออกมาจากคอก็เยี่ยมยอดมาก! (ถ้าตีความเรื่อง “ดาบ” ด้วยทฤษฎีของฟรอยด์ จะยิ่งได้ความหมายลึกซึ้งขึ้นอีกนะ!) ตัวละครที่รับทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้รู้สึกยังไงกันนะเวลามองอลอยส์ซึ่งมีปฏิกิริยาตอบสนองไวต่อความเจ็บปวด

(ตามทฤษฏีของฟรอยด์ ดาบหมายถึง…*บี๊บ* ของผู้ชาย ขอไม่คิดละกัน ฉากอีโรติกที่กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ชาย สาววายจินตนการไม่หวายยย Orz…)


-------------------------


ความงดงามแห่งความสูงส่ง V.S. ความงดงามแห่งการเสื่อมถอย




ชิเอลผู้สูญเสียบิดามารดาและวัยเด็กอันบริสุทธิ์ของตนไปพร้อมๆกันนั้น ตัดสินใจจะเผชิญหน้ากับบาดแผลในจิตใจอย่างซื่อตรง ยามที่เขาก่อการเคลื่อนไหวเพื่อแบกรับภาระการงานของบิดามารดาและชำระแค้น ความทรงจำอันเจ็บปวดก็หวนคืนกลับมาสู่จิตใจ(และบางทีอาจจะร่างกายด้วย)อีกครั้ง เหมือนเลือดหลั่งออกมาจากปากแผล อีกด้านหนึ่ง อลอยส์เมินสายตาออกจากบาดแผลในจิตใจที่เกิดจากการสูญเสียน้องชาย ลูคา ไป และดูเหมือนจะใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานด้วยซ้ำ อลอยส์เองก็หลั่งเลือดเพราะถูกชิเอลแทง แต่เสียงกรีดร้อง หยาดน้ำตาใสๆ รวมถึงใบหน้าที่มีน้ำลายและกระทั่งเลือดกำเดาไหลเปื้อนออกมา กลับส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อจิตใจยิ่งกว่าเลือดที่หลั่งนั้น

ทว่า ร่างที่แปดเปื้อนของเหลวไปทั้งตัวจากการล้มลงไม่เป็นท่าของเด็กหนุ่มรูปงาม ต่างหากเล่าที่บีบเค้นหัวใจ นั่นก็เพราะมันทำให้ระลึกถึงอดีตที่เขาถูกเอิร์ลทรานซีใช้เป็นของเล่น……หากคลอว์ดผู้ได้ลิ้มรสเลือดของชิเอลไปครั้งหนึ่งแล้วไม่ตระหนักถึงความงดงามแห่งการเสื่อมถอยของอลอยส์ วิญญาณของอลอยส์ที่แบกรับบาดแผลในใจครั้งใหม่จากการถูกคลอว์ดทอดทิ้งจะได้พบวันเวลาที่ได้รับตอบสนองหรือไม่?


::::::::::::::::::::::::::::::::


กุญแจดอกที่ 3: เสน่ห์เย้ายวน

พ่อบ้าน ในบางเวลาก็เป็นทาดาโนะ ฮิโตชิ 




การจับคู่สีชมพูสดใสกับสีดำนำพาให้เกิดภาพลักษณ์วัฒนธรรมป็อป แต่ในบางเวลา “Kuroshitsuji” ก็ถูกย้อมด้วยสีชมพู ตัวอย่างเช่น เมื่อครั้งสืบหาข้อมูลจากหญิงสาวซึ่งเป็นผู้นับถือองค์กรศาสนา เซบาสเตียนซึ่งทำถึงขนาดนั้นโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน ภาพตะเกียงและบ้านโยกไหว รวมไปถึงเสียงร้องยินดีของมาทิลดาว่า “เดี๋ยวแปดเปื้อนหมด~” (เซบาสในยามนี้ราวกับเป็น “Tokumei Kakarichou – Tadano Hitoshi!)

ทำถึงขนาดนี้ก็ย่อมถึงระดับเรียกเสียงหัวเราะได้ นอกจากนี้ ร่างเปลือยเปล่าของพลูโตที่ถูกเรียกว่าพุรุพุรุุอยู่ตลอดไปแล้วนั้น แทนที่จะดูเซ็กซี่ กลับทำให้เรารู้สึกสนุกกับวิธีปกปิดร่างได้อย่างยอดเยี่ยม ความรักของเกรลล์ผู้พยายามหว่านเสน่ห์ใส่เซบาสเตียนด้วยการเปิดหน้าอกก็เพียงแต่ถูกใช้เป็นประโยชน์ไปยังงั้นๆ น่าสงสารนิดๆ เหล่าตัวละครหญิงก็ไม่น้อยหน้า มาดามเรดได้ท้าทายกับการสร้างเสียงหัวเราะให้สัปเหร่อโดยการปล่อยทอล์กอีโรติกออกมาลื่นไหลด้วยการพ่นคำห้ามออกอากาศอย่างไม่หยุดยั้ง หลันเหมายังคงความเยือกเย็นแม้จะถูกแสดงรูปปั้นน้ำแข็งนู้ดแบบสมจริงของตัว เอง เสน่ห์เ้ย้ายวนแบบสดใสของ “Kuroshitsuji” มีการรวมอารมณ์แบบรายการวาไรตี้ยามดึกเอาไว้ด้วยซึ่งสอดคล้องกับเวลาฉาย เรียลไทม์ มันไม่เพียงทำให้เราเข้าถึงโลกของผลงานชิ้นนี้ซึ่งบางครั้งบางคราวก็มีวาดตอนน่าสยดสยองออกมาด้วยได้ง่ายขึ้นเท่านั้น หากยังเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในฐานะสารัตถะอันจะนำไปสู่อีรอสแบบอุปมาที่ฝังเอาไว้ในเรื่องอีกด้วย


::::::::::::::::::::::::::::::::


กุญแจดอกที่ 4: ความตาย และ ความรัก และ

ทุกสิ่งทุกอย่างก็เพื่อความรักที่สูญเสียไป 




เดิมที อีรอสเป็นนามของเทพผู้ดูแลความรักและบ่งชี้ถึงพลังในการมีชีวิตอยู่ ตรงข้ามกันนั้นคือธานาทอส ซึ่งก็คือความตายนั่นเอง ด้วยวัยเยาว์เพียง 13 ปี ชิเอลได้เผชิญกับความตายของผู้เป็นที่รักหลายครั้งหลายครา เมื่อครั้งยังเด็ก บิดามารดาตายจากไปและเขาก็ได้เห็นสภาพศพอันน่าสังเวช นอกจากนี้ มาดามเรดผู้เป็นน้าแท้ๆก็มาตายจากไปในสภาพทุกข์ทรมาน หล่อนเองก็ลิ้มรสความตายมามากและต้องมนต์เสน่ห์ของธานาทอสจนไม่อาจหวนคืนกลับได้อีก ทว่า ใบหน้าตอนสิ้นใจกลับดูสงบ อีกทั้งยังงดงามด้วยกุหลาบแดงและจูบลาจากชิเอล อลอยส์พลัดพรากจากน้องชายเพราะความตายและลิ้มรสความสิ้นหวัง การที่พวกเขาซึ่งไม่รังเกียจที่จะฆ่าคนเพื่อภารกิจและเพื่อความปรารถนาของตนเองถูกความตายทำให้ทุกข์ทรมานก็เพราะีรักคนที่ตายไปนั่นเอง และบัดนี้ พันธสัญญากับพ่อบ้านปีศาจก็ย่อมหมายความว่า เมื่อความตายมาเยือน วิญญาณก็จะถูกกิน ทำให้ความทรงจำร่วมกับคนเหล่านั้นดับสูญไปด้วย ขณะที่สัมผัสได้ถึงความตายที่รออยู่ข้างหลัง ทั้งชิเอลและอลอยส์ก็ยังคงดิ้นรนต่อไปเพื่อความรัก สภาพเช่นนั้นของเหล่าเด็กหนุ่มที่น่าจะห่างไกลจากความตายแท้ๆดูทั้งน่าเห็นใจและน่ารักใคร่……

 
::::::::::::::::::::::::::::::::::::



ต้อง ขอโทษคนที่รออ่าน Otome ต่อด้วยนะคะ เพราะคราวหน้าจะขอดอดไปหาคู่ชู้ใน Newtype ก่อน เล่มนั้นมันกำลังเรียกร้อง อ่ากกก แบบว่าทรัพยากรคู่ชู้ช่างขาดแคลน แอบลงแดงนิดๆ

ขอบ คุณสำหรับทุกคอมเมนท์และกำลังใจ นะคะ ตอนนี้คงกลับโหมดไม่ได้ตอบเมนท์เหมือนเดิมเพราะอยากรีบปั่นคำแปลออกมา แต่ก็สนุกกับการได้อ่านความคิดเห็นของทุกคนเสมอค่ะ ^^




edit @ 14 Sep 2010 21:10:37 by lapace-geass

Comment

Comment:

Tweet

แปลเก่งมากเลยค่าา...สุดยอดดด

#12 By jin_davil[ST] on 2010-09-14 20:35

โฮกกกก

มันจะ จะเอโร่ยไปหน๊ายยย

(นั่งอ่านไป+ยิ้มไป)

ยังไงเรื่องนี้ก็สุดยอดอยู่แล้วแม้จะไม่มีฉากที่ให้เห็นออกมาโต้งๆ แต่เราก็สามารถสัมผสออร่า(?)นั้นได้

ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านเพื่อความเข้าใจอะเกนนะค้า cry

#11 By 。✖ L i N N i E ✖。 on 2010-09-14 14:41

โฮกกกกกกก เพิ่งหลุดจากกองงาน เลยไม่ได้ตามอ่านบล๊อกหลายอาทิตย์เลย T^T เดี๋ยวจะไปตามอ่านเอนทรี่ก่อนๆนะคะ

ดูตอน 11 แล้ว...อึ้งๆๆๆๆ อย่างบอกไม่ถูก เอิ๊กกก รู้สึกเหมือนว่ารับสารไม่ค่อยทันยังไงยังงั้นเลยค่ะ


ก่อนอื่มขอบคุณสำหรับคำแปลจากนิตยสารมากๆค่ะ ชอบประเด็นที่นำเสนอมากเลย...คือมันเป็นสิ่งที่เราว่าทุกคนที่ดูเรื่องนี้รู้สึกอยู่แล้วนะ เพียงแต่ไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไงดี (ประมาณว่ามีคนมาถามว่าชอบเรื่องนี้เพราะอะไร มันก็บอกไม่ถูกอ่ะ...เรียบเรียงได้ไม่หมด จริงๆค่ะ)


สำหรับเราแล้ว กุญแจดอกสุดท้ายเนี่ย...ที่สุดแล้วอ่าค่ะ...ความตายมันเป็นอะไรที...ถ้าเราพูดเปล่าๆก็อาจจะไม่รู้สึกอะไรใช่ไหมอ่า...แต่ถ้าลองนึกดูแล้ว มันทำให้ขนแขนแสตนด์อัพยังไงไม่รุ้...มันเป็นสภาพที่สงบ...เงียบงันแล้วก้ว่างเปล่า...ไม่มีอะไรเลย ไม่เหลืออะไรอีกต่อไป

แค่จิเอลกล้าเผชิญหน้ากับมันก็เป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว ...อลัวร์และลูก้าเองก็เหมือนกัน ถึงจะเห็นว่าเป้าหมายมันดูไร้สาระ แต่ถึงขนาดยอมแลกชีวิตตัวเองกันสิ่งนั้นเนี่ยคิดว่าไม่ว่ายังไงก็ดูถูกเป้าหมายนั้นไม่ได้หรอก


อยากจิ้มไลค์การอุ้มมากเลยค่ะ อรั๊งงงงงงง มันอิอรั๊งงงงง จริงๆ 55+ ทำไมเค้าอธิบายได้โดนใจเราขนาดนี้เนี่ย!! คือมันใช่เลยอ่า~ ที่ว่าจิเอลไม่ได้สั่งแต่เซบาสทำด้วยตัวของเค้าเองอ่ะ แอร๊ยยยยย ได้อีกจริงๆนายบ่าวคู่นี้ cry

#10 By ~FaY~ on 2010-09-14 00:27

ตามมาอ่านต่ออย่างว่องไวค่ะ ขอบคุณสำหรับแปลต่ออีกหนึ่งพาร์ทมากๆเลยนะคะ

มันอีโรติกจริงๆด้วยสินะ ไม่ได้คิดไปเองสินะ กรี๊ดดดด

แต่ชอบเรื่องนี้ก็ตรงที่มันแอบอีโรติกนี่แหละค่า เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งเลย

#9 By Zzz (61.90.21.125) on 2010-09-13 23:19

สมเป็นนิตยสาร otome จริง ๆ ค่ะ กร๊ากก เซอร์วิสแฟนเกิร์ลกันสุด ๆ

แต่ละซีนสตาฟเค้าคิดกันลึกซึ้งขนาดนี้เชียว ภาษาที่ใช้สื่อก็อีโรติกมาก ๆ ค่ะ >//_//< ส่วนใหญ่อ่านแล้วจะคิดว่า ใช่แล้ว ๆ *ทุบโต๊ะ // แต่บางเรื่องนี่คิดไม่ถึงมาก่อนเลย 5555 อย่างเรื่องอุ้มนี่ก็แค่คิดว่า แหม ๆ จะแสดงความเป็นเจ้าของกันออกนอกหน้าไปแล้ว *//__//* แต่ไม่ทันคิดว่าต้องเข้าใจเรือนร่างด้วย ก๊ากกก คารวะสตาฟจากใจเลยค่ะ ขนาดว่าตัวเองโมโซเป็นนิสัยแล้วยังไม่ทันคิด

お疲れ様 (^人^)♪ ขอบคุณสำหรับคะแปลนะคะ คุณเพนน์ขยันแปลมากเลยค่ะ เมื่อกี๊เปิดมาเจอแล้วตกใจจนคิดว่าเป็นของเมื่อวานซะอีก (พอดีแอกเคาท์นี้แอดคนไม่เยอะค่ะเลยไม่มีใครอัพมาดันของคุณเพนน์ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว 5555)

#8 By パーム on 2010-09-13 23:14

โอ๊ย..มัน...อุ๊ววว สุดยอดไปไหนกันเนี่ย!?
หนังสือเล่มนี้มัน..สุโก๊ยมากๆ และ จขบ.เองก็แปลออกมาได้อารมณ์มากๆเช่นกันค่ะ : D
อ่านไปกรี๊ดไป ทุบโต๊ะ ตะโกนว่า "ใช่ๆๆๆๆๆๆ!!!" ดังลั่นเลยค่ะ ๕๕๕๕๕

ขอบคุณมากนะคะที่แปลมาฝากกัน : D

พ่อบ้านดำบันซายยยยยยยยยยยย

#7 By theB. on 2010-09-13 22:54

เป็นบทความเซอร์วิสแฟนเกิลอย่างแรง กร๊ากกกกกกก
ขอบคุณมากที่แปลแบ่งปันกันอ่านค่ะ

ติดใจท่อนนี้
เซบาส'เข้าใจรูปร่างชิเอลเป็นอย่างดี <<< จะอุ้มยังคิดขนาดนี้ อีโรขั้นสุด

#6 By STECHA ลา ล่า~ on 2010-09-13 21:16

x

ฮ้าาาาา~
อ่านตอนแรกๆ แล้วรับรู้ได้ถึงความวายที่สอดแทรกอยู่เล็กๆ55555
ไม่รู้จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดยังไงดี..
รักเรื่องนี้เหลือเกิน *น้ำตาแห่งความสุข*

ขอบคุณสำหรับคำแปลมากๆนะค่ะ

#5 By NOIRism, (115.87.1.34) on 2010-09-13 19:32

Hot! Hot! Hot!
สุดยอดไปเลยค๊าาา
กรี๊ดดด อ่านไป โฮกไปอ่านไปกรี๊ดไป อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก

พูดคำว่า เนอะ เนอะ ใช่ แล้วว อยู่ตลอดเลย
เวลาอ่านเนี่ยค่า อิอิ
ขอบคุณมากๆเลยนะค๊าาาาาาาาาาาา

#4 By Hakurairu,,* on 2010-09-13 19:10

cry ขอบคุณสำหรับการแปลค่ะ cry
ชอบตรง การอุ้ม มากๆเลย cry
แต่ที่จริงก็ชอบหมดเลย ฮ่าๆ
ทำให้รู้สึกว่า ไม่ได้ดูแล้วจิ้นไปเอง..เพราะมันแฝงอะไรแบบนี้ไว้จริงๆ

#3 By :nakare: on 2010-09-13 19:05

ขอบคุณสำหรับคำแปลนะ

#2 By moewhaha (112.142.198.146) on 2010-09-13 18:06

แปลเก่งจังเลยค่ะ
แบบเหมือนกลั่นออกมาจากความรู้สึกตอนที่ดูเรื่องนี้เลย
คิดเหมือนกันนะคะว่าเรื่องนี้มีเสน่ห์มาก
แต่ไม่สามารถบอกมาเป็นคำพูดได้ถึงขนาดนี้

>__<

#1 By otaro (124.121.171.240) on 2010-09-13 17:48